Christmas Pikachu

อัปเดตเรื่องราวข่าวสารไอทีทุกวัน,ความรู้เกี่ยวกับไอที

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Geohot แฮกเกอร์ในตำนานหวนคืนสังเวียน โชว์เหนือสร้างรถยนต์ไร้คนขับที่พัฒนาขึ้นเอง

geohotz

Geohot หรือนาย George Hotz แฮกเกอร์อัจฉริยะผู้สร้างชื่อด้วยการเป็นคนแรกที่สามารถเจลเบรค iPhone ได้คนแรกตั้งแต่อายุ 17 ปี และมีตามมาอีกหลายเวอร์ชั่น และเป็นข่าวอีกครั้งเมื่อเป็นคนแรกที่สามารถย้อนระบบเครื่อง PlayStation 3 สำเร็จเป็นคนแรกเพื่อสร้างเครื่องเจลเบรค จนเป็นข่าวใหญ่ถูก Sony ฟ้องร้อง ซึ่งหลังจบคดีเขาก็หายหน้าหายตาไปหลายปี และล่าสุดเพิ่งกลับมาอีกครั้งพร้อมกับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่เขาสร้างขึ้นเองภายในโรงรถ

geohot-self-driving-car

Ashlee Vance ผู้สื่อข่าวแห่งสื่อ Bloomberg เป็นคนแรกที่ได้สัมผัสกับโปรเจคส์ใหม่นี้ ได้รับการเปิดเผยจากทาง Geohot ว่าเขาได้ใช้เวลาในการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในโรงรถของเขาอยู่เกือบเดือนถึงสำเร็จ ฟังดูน่าเหลือเชื่อมากที่คนเพียงคนเดียวจะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้ด้วยตนเองภายในเดือนเดียว แต่เมื่อ Ahslee เดินเข้าไปในโรงรถ เขาก็ถึงกับอึ้งและเริ่มรู้สึกว่า Geohot ไม่ได้พูดเล่น
Geohot ได้ดัดแปลงรถ Acura ILX รุ่น 2016 ติดตั้งเรดาร์แบบเลเซอร์บนหลังคา (Lidar) และใช้กล้องถ่ายรูปติดตั้งรอบตัวรถ ทำงานร่วมกับระบบ AI สร้างออกมาเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่ง Geohot กล่าวว่ามีราคาในการผลิตที่ต่ำกว่าผู้นำในตลาดทุกเจ้าอย่าง Google หรือ Uber แต่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า

2015-12-18_130038

เรื่องตลก คือ ในระหว่างที่ Ashlee ได้นั่งไปบนรถพร้อมกับ Geohot เพื่อทดสอบความสามารถในการทำงาน มีจังหวะหนึ่งที่รถเคลื่อนที่เข้าไปใกล้รถคันข้างๆ จนเกือบชน แต่รถของ Geohot ก็ขยับออกมาห่างได้เองอัตโนมัติได้อย่างทันท่วงที Ashlee เลยถาม Geohot ว่า รู้สึกอย่างไรในตอนทดสอบรถครั้งแรก Geohot ตอบกลับไปว่า "การทดสอบครั้งแรก คือ ตอนนี้นี่แหละ"


ในอนาคต Geohot วางแผนไว้ว่า จะวางขายชุดขับเคลื่อนอัตโนมัตินี้ในราคาประมาณ $1,000 ให้แก่ผู้สนใจ โดยเขาจะขายเป็นซอฟท์แวร์ AI พร้อมกล้องติดรถยนต์ หากเขาทำสำเร็จ ชือ่ของเขาจะกลายเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อย่างแน่นอน




ที่มา : www.bloomberg.com



 



ข่าวไอที,วงการไอที,ข่าวโทรศัพท์,ไอที,เรื่องไอที,โทรศัพท์,สมาร์ทโฟน,คอมพิวเตอร์


วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ประติมากรรม เลโก้ รูปแบบใหม่ เคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่ง !!


Video_2015-12-08_171705

ผลงานประติมากรรมสุดสร้างสรรค์ชิ้นนี้ ถูกสร้างจากเลโก้ธรรมดาที่แสนจะไม่ธรรมดา ด้วยการประกอบเลโก้พร้อมกับใส่กลไกภายในที่สอดคล้องกัน ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ตัวเลโก้นั้นเคลื่อนไหวได้อย่างน่าทึ่งแล้ว ยังสามารถนำเสนอเรื่องราวได้อย่างสุดเก๋ โดยใช้เรื่องราวของตำนานกรีกโบราณ อย่าง "ซิซีฟัส (Sisyphus) กษัตริย์ที่ถูกทวยเทพลงโทษให้กลิ้งหินขึ้นภูเขา อย่างไม่มีวันจบสิ้น" พร้อมสื่อได้ถึงมุมมองในเชิงปรัชญา ถึงชีวิตมนุษย์ในโลกปัจจุบัน ที่เพียรทำสิ่งที่ไร้ความหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไม่สิ้นสุด นับได้ว่าเป็นผลงานอาร์ตๆ ที่น่าชื่นชม ผสมผสานทั้งความไฮเทค และสื่อความหมายในตัวได้อย่างน่าสนใจ
ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถูกออกแบบโดย Jason Alleman ผู้ที่ชื่นชอบสร้างสิ่งประดิษฐ์แปลกแหวกแนว ด้วยเลโก้ และเคยสร้างผลงานโดดเด่น อีกมากมายทางแชนแนล JK Brickworks บน YouTube ลองมาชมคลิปวีดีโอของผลงานชิ้นนี้กันได้เลย


1988

3392


ที่มา:http://news.thaiware.com/7266.html

mixstik อุปกรณ์ที่จะทำไห้การผสมคอกเทลง่ายยิ่งขึ้น

2015-09-07_172457
MixStik นี้เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายแท่งสีขาวขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 10 นิ้ว เคลือบพื้นผิวด้วยยางจากธรรมชาติ สามารถนำใส่แก้วเครื่องดื่มและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนผ่านระบบ Bluetooth ในการกำหนดระดับของแสงและสีบนก้านเพื่อเป็นตัวกำหนดส่วนผสมในการสร้างเครื่องดื่มต่างๆ อย่างค็อกเทล และอื่นๆ ที่แสนยาก ให้เป็นเรื่องง่ายได้อย่างลงตัว
โดยที่อุปกรณ์นี้มีการใช้งานที่ง่ายมากเพียงเชื่อมต่อกับแอพฯ ในมือถือ (ขณะนี้รองรับกับระบบ iOS เท่านั้น) และนำแท่ง MixStik นี้ใส่ลงไปในแก้วน้ำ พร้อมเลือกรายการเครื่องดื่มที่ต้องการผ่านทางแอพฯ อุปกรณ์ MixStix ก็จะแสดงผลระดับของส่วนผสมแต่ละอย่างที่กำหนดในมือถือแบ่งออกเป็นสีๆ ซึ่งเราสามารถปรับระดับได้เองตามที่เราต้องการ แล้วก็เทส่วนผสมแต่ละอย่างลงในแก้วให้อยู่ในระดับปริมาณของสีบนแท่ง MixStix เพียงเท่านี้ก็จะได้เครื่องที่สามารถกำหนดส่วนผสมได้ตามต้องการ ซึ่งตอนนี้ได้เตรียมเข้าในโครงการของ Kickstarter ที่มีแพลนในการวางขายในช่วงเดือนมีนาคม 2559 ด้วยราคาประมาณ $39 

Gadget สุดแปลก มือเทียบสำหรับการนั่งเท้าคาง พร้อมลดอาการปวดหลัง

Thanko บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาสินค้าแปลกๆ ออกมาขาย ล่าสุดได้ทำของแปลกมีชื่อเรียกว่า Chin Rest Arm แปลไทยก็ประมาณ มือเท้าคาง นั่นเอง

เวลานั่งทำงานแล้วคิดอะไรไม่ออก หรือกำลังเบื่อ เรามักจะนั่งอยู่ในท่าประมาณนี้
thanko-1
แต่ท่านี้ มักทำได้ไม่นาน เพราะเมื่อยมือแถมยังเจ็บศอก ซึ่ง Chin Rest Arm ได้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้ครับ...
thanko-2
ตัวแขนออกแบบให้ยึดติดได้ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ ปรับองศาได้ตามความต้องการ
ไม่ว่าคุณจะนั่งท่าไหน มือพลาสติกจะประคองหัวคุณไว้อย่างอ่อนโยน
thanko-3
องศาในการดัดแขนทำได้ถึง 360 องศา กลไกคล้ายกับขาตั้งกล้อง หมุนๆ ดัด ได้ตามความต้องการ
thanko
ทาง Thanko ยังบอกอีกว่า นอกจากจะทำให้นั่งสบายขึ้นแล้ว เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังช่วยในการฝึกนั่งตัวตรง เพื่อลดอาการปวดหลังได้อีกด้วย ใครสนใจก็ลองเข้าไปค้นดูในเว็บ Thanko ดูครับ สนนราคาประมาณ $40 หากคิดเป็นเงินไทยก็ราว 1,450 บาท ครับ
thanko-1


ที่มา : en.rocketnews24.com
 

ชมโฆษณาสุดเจ๋งของญี่ปุ่นกัน รณรงค์ต่อต้านสังคมก้มหน้าเดินเล่นมือถือด้วยซามูไรและนินจา

2015-12-08_113608
ปัญหาสังคมก้มหน้าไม่ได้มีแค่ที่ไทยนะครับ แต่ในยุคสมาร์ทโฟนครองเมืองนี่เป็นกันเกือบทั้งโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเทศนี้เทคโนโลยีด้านมือถือเขาล้ำหน้ากว่าใครในโลกอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ แต่ก็มีปัญหาคนติดโทรศัพท์อยู่มากด้วยเช่นกัน
ล่าสุดทาง NTT Docomo ผู้ให้บริการมือถืออันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นได้ตัดสินใจทำโฆษณาไอเดียแจ่ม ด้วยการใช้กองกำลังศิลปะการต่อสู้ระหว่างซามูไร และนินจา ในการเตือนสติการใช้งานมือถือขณะเดิน ในชื่อ "Samurai Smartphone Parade" เพื่อเรียกร้องให้ผู้ใช้มองไปข้างหน้าขณะเดินทาง
โฆษณาชี้ให้เห็นถึงอันตรายว่าการเดินไปใช้โทรศัพท์ไป ทำให้เราไม่ต่างอะไรกับซอมบี้ ไม่สามาถรับรู้สถานการณ์รอบข้างได้ แม้ว่าจะมีอันตรายมาถึงตัวแล้วก็ตาม ทั้งนี้จากสถิติของประเทศญี่ปุ่น คนจำนวน 66% เดินชนคนอื่นขณะใช้งานมือถือ และอีก 3.6% เคยเดินตกรางรถไฟขณะพิมพ์ข้อความ
โฆษณาจะเป็นอย่างไร ลองชมได้จากคลิปด้านล่างนี้เลยจ้า




ที่มา:http://news.thaiware.com/7263.html

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ชมคลิปคอนเซปส์ป้องกันมือถือตกจกแตก ด้วยการติดไอพ่นไว้ที่มือถือซะเลย

iPhone-7-air-jets

ไม่ว่าเราจะออกแบบโทรศัพท์ให้แข็งแกร่งขนาดไหน หรือพัฒนากระจกที่ทนทานเท่าไหนก็ตาม แต่เมื่อเราทำตก ส่วนมากก็เกมโอเวอร์เครืองบุบพอทน แต่จอแตกนี่ทำใจยาก อย่างทาง Apple ก็มีการจดสิทธิบัตรให้ไอโฟนสามารถหมุนเครื่องกลางกากาศเอามุมตกที่สร้างความเสียหายน้อยที่สุดลงได้ แต่ก็ยังไม่มีใส่เข้ามาใน iPhone รุ่นปัจจุบัน
แต่รอบนี้เรามาดูคอนเซปส์ใหม่ในการป้องกันโทรศัพท์เสียหายจากการตกของผู้ใช้ YouTube ที่ใช้ชื่อว่า Sonitdac แนวคิดของเขาค่อนข้างล้ำหน้าอย่างกับหนังไซไฟเลยล่ะ แนวคิดของเขา คือ เมื่อโทรศัพท์หล่นจากที่สูง เซนเซอร์ภายในมือถือจะทำการสั่งให้ไอพ่นเล็กๆ ในมือถือปลดปล่อยพลังงานออกมาชะลอความเร็วในการตก แม้ดูแล้วยากที่จะพัฒนาด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน แต่เราว่ามันก็น่าสนใจดีนะ





ที่มา : www.iphonehacks.com
 

สุดเทพ สร้างมือถือใน Minecraft แถมวิดีโอคอลเข้าไปได้

phone-590x330

ถ้าจะพูดถึงเกมที่ประสบสำเร็จเป็นอย่างมากในยุคนี้ เกม Minecraft คือ หนึ่งในเกมหัวแถวที่ครอบครองความสำเร็จในระดับต้นๆ ซึ่งความน่าสนใจของมัน คือ ผู้เล่นสามารถสร้างอะไรก็ได้ภายในเกม ซึ่งเคยมีคนสร้างเครื่องพริเนเตอร์ หรือแผ่นดิสก์ ที่สามารถใช้งานได้ภายในเกมได้จริงมาแล้ว และล่าสุดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ คือ การสร้างโทรศัพท์ขึ้นมาในโลก Minecraft ที่สามารถวิดีโอคอลจากโลกจริงเข้าไปในเกมได้ด้วย
โปรเจคส์นี้เป็นผลงานของค่าย Verizon ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเจ้าดัง ที่ได้ทำงานร่วมกับบริษัทโฆษณา Wieden+Kennedy แบะ BlockWorks ทีมก่อสร้างชื่อดังภายในเกม Mineccraft ในการตั้งเสาสัญญาณและสร้างมือถือขึ้นภายในเกม

verizon_minecraft_videocall-590x332
โทรศัพท์ภายในเกมสามารถใช้งานได้จริง ทั้งการท่องเว็บบราวเซอร์, ส่งข้อความ SMS/MMS หรือแม้แต่รับวิดีโอคอล อย่างไรก็ตามด้วยความละเอียดของบล็อคที่ค่อนข้างต่ำ เราจึงดูไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ผลงานจะเป็นอย่างไร ลองชมคลิปด้านล่างนี้ได้เลยครับ



ที่มา : www.geek.com
 

คุณพ่อใจดี Mark Zuckerberg บริจาคหุ้น Facebook 99% ให้กับมูลนิธิ

mark-zuckerberg-daughter

เป็นที่รู้กันดีว่า Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook แต่งงานกับภรรยาชาวเอเชีย Priscilla Chan และมาถึงตอนนี้ชีวิตคู่ของพวกเขาสมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้นเมื่อภรรยาได้ให้กำเนิดลูกสาวสุดน่ารักนามว่า Max 
และในการลืมตาดูโลกของลูกสาว Mark Zuckerberg ได้ประกาศยกหุ้นของ Facebook ที่เขาและภรรยาครองอยู่ 99 % ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านดอลล่าร์ ให้กับมูลนิธิที่เขาและภรรยาได้จัดตั้งขึ้นในชื่อ Chan Zuckerberg Initiative การที่พวกเขาได้จัดตั้งมูลนิธินี้ขึ้น มีจุดประสงค์เพื่อ ส่งเสริมความเสมอภาคในโลกมนุษย์ เพื่อที่ลูกสาวของพวกเขาจะได้เติบโตมาในโลกที่น่าอยู่มากขึ้น และถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำเพื่อใครก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งก็คือเขาต้องการทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้น และทางเราก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ด้วยนะครับ 


ที่มา : www.techspot.com
 

ผู้ใช้การ์ดจอ AMD งานเข้า Radeon Software Crimson Edition เวอร์ชั่นใหม่มีบัคทำการ์ดจอพัง

AMD-Crimson
ใครที่ใช้การ์ดจอ AMD น่าจะคุ้นเคยกับปัญหาการจัดการไดร์เวอร์ที่ยุ่งยากและไม่เป็นมิตรแก่ผู้ใช้สักเท่าไหร่ ทาง AMD เองก็พยายามแก้ปัญหามาโดยตลอด ซึ่งในซอฟท์แวร์ล่าสุด Radeon Software Crimson Edition ก็ถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ทุกอย่างเหมือนจะกำลังสวย แต่ก็มีงานเข้าจนได้ เมื่อโปรแกรมมีบัค และบัคดังกล่าวมีโอากาสที่จะทำให้การ์ดจอของคุณพังได้เสียด้วย
บัคดังกล่าวจะทำให้พัดลมของการ์ดจอทำความเร็วได้เพียง 20% จากความเร็วปกติ ส่งผลต่อความร้อนของการ์ดจอโดยตรง หากคุณเล่นเกมเป็นเวลานาน ความร้อนภายในเครื่องจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าโชคดีระบบป้องกันจะทำให้การ์ดจอของคุณหยุดทำงานเอง เมื่อความร้อนสะสมถึงจุดๆ หนึ่ง แต่หากโชคไม่ดี การ์ดจอของคุณมีโอกาสที่จะไหม้และพังไปเลย



ช่าวดี คือ ทาง AMD รับรู้ปัญหานี้แล้วเร่งออกแพทช์ด่วนมาทำการ Hotfix ปัญหาดังกล่าวแล้ว ใครที่ยังไม่ได้อัพเดท ควรรีบอัพเดทเป็นการด่วนนะครับ ไม่งั้นการ์ดจออาจจะพังได้
อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้หลายคนได้สูญเสียการ์ดจอไปแล้ว และแสดงความไม่พอใจ ก็ไม่รู้ว่าทาง AMD จะแก้ปัญหานี้อย่างไรนะครับ


ที่มา:http://news.thaiware.com/

7 สิ่งของ Apple ที่เปลี่ยนโลก

apple-sign-tim-cook-stage
Apple ไม่ได้ถนัดทำแค่เครื่องโน้ตบุ๊ก, เวิร์กสเตชั่น, สมาร์ทโฟน รวมถึงแท็บเล็ตราคาแพงเท่านั้น เรามาดู 7 เทคโลโยลีของ Apple ที่เปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นกันดีกว่าครับ
1. ระบบมัลติทัช คือการใช้นิ้วมากกว่าหนึ่งนิ้ว แตะสั่งงานบนหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตพร้อมกัน อย่างเช่นการขยายภาพด้วยการแตะ 2 นิ้วบนหน้าจอแล้วกางนิ้วออก จริงอยู่ที่ว่า Apple ไม่ใช่ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีนี้ แต่การที่ Apple นำระบบมัลติทัชมาใส่ไว้ใน iPhone ทำให้โลกได้รู้จักและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี และทำให้สมาร์ทโฟนทุกเครื่องต่อจากนั้นมารองรับเทคเทคโนโลยีนี้


2. เมาส์ ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ Apple ไม่ได้เป็นเจ้าความคิด แต่ Apple ก็ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้้เป็นที่รู้จักขึ้นมา โดยในช่วงก่อนปี 1980 ผู้คนใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยการพิมพ์ป้อนคำสั่งผ่านหน้าจอ และเมื่อ Apple ได้เปิดตัวเครื่อง Mac ที่มาพร้อมกับเมาส์ ก็ผลิกโฉมการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ให้ง่ายขึ้นมากๆ เลย
เมาส์ถูกคิดค้นขึ้นมาครั้งแรกในปี 1960 โดยนาย Douglas Engelbart แห่งสถาบันวิจัย Stanford แต่ก็เป็นแค่งานวิจัยที่ไม่ได้มีการนำไปประยุกต์ใช้งาน และคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่มีเมาส์ต้องยกให้ Xerox Star Workstation ที่ผลิตออกมาในปี 1981 แต่ก็ไม่แพร่หลาย จนกระทั้งในปี 1984 ก็มีการผลิตเครื่อง Mac ที่มาพร้อมเมาส์ ทำให้อุปกรณ์นี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

trackball
Trakball ใช้งานแทนเมาส์ในโน้ตบุ๊คยุคเก่าๆ

3. Trackpad ของเครื่องโน้ตบุ๊ก เครื่องโน้ตบุ๊กในยุคเริ่มแรกไม่ได้มี Trackpad เอาไว้ควบคุมเคอเซอร์เมาส์ แต่ใช่อุปกรณ์ Trackball ที่มีลักษณะเป็นลูกบอลกลมๆ ที่เราต้องใช้นิ้วหมุนกลิ้งเพื่อสั่งให้เคอร์เซอร์วิ่งไปบนหน้าจอ โลกรู้จักกับ Trackpad ครั้งแรกในปี 1994 เมื่อ Apple เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่น PowerBook 500 ที่มาพร้อมกับ Trackpad ที่เรียบเนียนตาสวยงาม จนมาถึงวันนี้เราก็ไม่เห็นเครื่องโน้ตบุ๊กที่มี Trackball อีกเลย
4. เซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ เราอาจจะคุ้นเคยกับอุปกรณ์เซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือช้านาน ทั้งจากระบบแตะนิ้วบันทึกเวลาเข้างาน หรือระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารสถานที่ต่างๆ แต่ก็ต้องบอกว่า Apple เป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในสมาร์ทโฟน โดย iPhone รุ่นแรกที่มีฟีเจอร์ TouchID คือรุ่น 5s ที่เปิดตัวไปในปี 2013

Command line
คอมพิวเตอร์ยุคก่อนที่จะมี GUI ใช้การพิมพ์คำสั่ง หรือเรียกใช้งานโปรแกรมผ่าน Command line

5. ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสแบบกราฟิก (GUI) คือรูปแบบการแสดงผลของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน ที่แสดงผลเป็นกราฟิกสวยงาม มีปุ่ม มีไอคอนให้เราคลิกกันได้ง่ายๆ ซึ่งต่างจากคอมพิวเตอร์ยุคเก่าที่ไม่ได้เป็น GUI จะเรียกใช้โปรแกรมตัวไหน ก็ต้องพิมพ์คำสั่งผ่าน Command line กันให้วุ่นวาย เพราะฉะนั้นการเข้ามาของ GUI เป็นการพลิกโฉมให้เข้าสู่โลกยุคใหม่ของวงการคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว
ย้อนหลังไปในช่วงปี 1970 ศูนย์วิจัยของ Xerox ในเมือง Palo Alto เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาเป็นเจ้าแรก แต่ GUI โด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการเปิดตัวเครื่อง Mac ที่มาพร้อมกับ GUI ในปี 1984 และอาจมีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า Apple ขโมยคอนเซ็ปต์ GUI มาจาก Xerox หรือไม่ ข้อเท็จจริงก็คือว่า Apple ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องให้นำฟีเจอร์หลายๆ ตัวของระบบ GUI จาก Xerox มาใช้งาน และทีมวิศวกรของทาง Apple ก็ได้คิดค้นฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้าไป ทำให้เกิดเป็นรากฐานของระบบ GUI ที่เราใช้งานกันอยู่ในทุกวันนี้

bondi-blue-imac

Bondi Blue iMac คอมพิวเตอร์ที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จักพอร์ต USB
6. พอร์ต USB เครื่อง Bondi Blue iMac ที่เปิดตัวในปี 1998 นอกจากจะดีไซน์สวยงามแล้ว ก็ยังเป็น iMac เครื่องแรกที่มีไม่มีไดรฟ์ Floppy disk และเป็น iMac เครื่องแรกที่มาพร้อมกับพอร์ต USB แต่อย่างไรก็ดี Bondi Blue iMac ไม่ใช้คอมฯ เครื่องแรกที่มาพร้อมกับพอร์ต USB ซึ่งมีเครื่องคอมฯ แบรนด์อื่นๆ ในช่วงเวลานั้นที่มีพอร์ต USB แต่ก็ไม่ให้ทำให้มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่นี้เป็นที่น่าสนใจ แต่ด้วยความดังของเครื่อง iMac ทำให้พอร์ต USB เกิดได้รับความสนใจขึ้นมาในทันที และบริษัทไอทีต่างๆ ก็พากันผลิตอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB ออกมาอย่างมากมาย

3D Touch
7. 3D Touch เทคโนโลยีใหม่ที่มีอยู่ใน iPhone 6s และ 6s Plus ที่ทาง Apple บอกว่าเป็นมิติใหม่ของระบบมัลติทัช ทำให้การสั่งงานสมาร์ทโฟนทำได้สะดวกขึ้นด้วยการแตะเพียงนิ้วเดียว เคล็ดลับของระบบ 3D Touch คือการรับรู้น้ำหนักในการแตะหน้าจอ โดยการแตะลงบนหน้าจอด้วยแรงกดระดับปานกลาง จะเป็นการแสดงตัวอย่างในอีเมล์ และการแตะลงบนหน้าจอด้วยแรงกดที่มากขึ้น จะเป็นการเปิดหน้าแอพพลิเคชั่นอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การใช้งานสมาร์ทโฟนสะดวกมากขึ้น



ที่มา:http://news.thaiware.com/

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Intel เปิดตัวพอร์ทรุ่นใหม่รวม USB-C และ Thunderbolt 3 ไว้ในพอร์ทเดียว

2015-12-01_130815

สงครามพอร์ทมาตรฐานระหว่าง USB กับ Thunderbolt มีมาอย่างยาวนาน และเราคงเห็นแล้วว่า USB ชนะเลิศด้านความนิยมแม้ว่าประสิทธิภาพของ Thunderbolt จะสูงกว่า แต่อุปกรณ์ที่ใช้ Thunderbolt ก็มีแต่สินค้าจาก Apple ซะเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่จริงแล้วเจ้าของเทคโนโลยี Thunderbolt นั้นเป็นของอินเทลนะ
ในขณะนี้ USB-C ก็เริ่มมีออกมาให้เห็นแล้ว แม้แต่ทาง Apple ยังเลือกใช้พอร์ทนี้ใน MacBook รุ่นล่าสุด ซึ่งความสามารถของ USB-C ก็หลากหลายจริงๆ ทำได้แทบทุกอย่าง และเพื่อตัดปัญหาการแข่งขันกับพอร์ท Thunderbolt ทางอินเทลได้ตัดสินใจออกแบบพอร็ทขึ้นมาใหม่เป็น USB-C ที่มีความสามารถ Thunderbolt ด้วยในตัว เรียกได้ว่าพอร์ทเดียวครองพิภพ แบบแหวนใน Lord of the ring เลยล่ะ

tumblr_mwer136ac51rslcoko1_500

หมายความว่าเราสามารถใช้พอร์ท USB-C เพียงพอร์ทเดียวรับมือกับ Superspeed USB, Thunderbolt, DisplayPort, PCI Express และจ่ายพลังงาน รวมไปถึงการรองรับสัญญาณภาพระดับ 4K พร้อมกันถึง 2 จอ
สำหรับคอมพิวเตอร์ที่เราจะได้เห็นพอร์ทนี้ก็รอไม่นาน เราจะเห็นมันใน Dell XPS รุ่นใหม่ ทั้ง XPS 12, 13 และ 15 ที่กำลังจะวางจำหน่าย ซึ่งเราคิดว่า Apple ก็น่าจะนำพอร์ทนี้ไปใช้บน MacBook รุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน

usb-c-thunderbolt-3


ที่มา : 9to5mac.com,news.thaiware.com

บอกลา Holga กล้องทอยในตำนาน หยุดผลิตเรียบร้อยแล้ว

2
ปิดตำนานเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกล้องทอยยอดนิยมอย่าง Holga ที่เริ่มออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1981 ผ่านมากว่า 34 ปี มีแฟนคลับกล้องน่ารักๆ ตัวนี้อยู่มากมาย ล่าสุดทางผู้ผลิตประกาศหยุดผลิตกล้องทอย Holga รวมทั้งอุปกรณ์เสริมทั้งหลายเป็นที่เรียบร้อย
กล้องทอย Holga แรกเริ่มเดิมที เป็นกล้องที่ผลิตจากพลาสติก มีกลไกการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน จึงกลายเป็นกล้องราคาประหยัดที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวจีนเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่วายโดนของก๊อบมากมายออกมาเล่นงานในท้องตลาด จึงต้องขยายตัวสินค้าออกมาเป็นกล้องขนาด 35 mm ระดับ High-end แทน ซึ่งความโดดเด่นของภาพจากกล้อง Holga นั้น จะออกมาในรูปแบบของภาพที่คอนทราสต์สูงและมีขอบดำแปลกๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หรือภาพโลโม่นั่นเอง
ด้วยเหตุผลในการเลิกผลิตกล้องทอย ก็คงเป็นเพราะวงการถ่ายภาพในตอนนี้ กลายเป็นยุคของกล้องดิจิทัลทั้งหมดแล้ว ซึ่งทาง Holga ก็ได้ทำโปรเจคระดมทุน Holga Digital ที่สามารถใส่ SD Card เพื่อบันทึกภาพได้ บนเว็บไซต์ indiegogo ซึ่งก็ได้ทุนไปแล้วกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวจะเป็นยังไงบ้างคงต้องรอติดตามชมดู แต่ที่แน่ๆ กล้องทอย Holga ไม่มีผลิตแล้วแน่นอนครับ



ที่มา : techcrunch.com,news.thaiware.com

Google Santa Tracker กลับมาแล้ว เตรียมไปสนุกกับการตามตัวซานต้ากัน

Screen+Shot+2015-12-01+at+2
เข้าสู่เดือนธันวาคมส่งท้ายปี ก็ใกล้จะถึงวันเทศกาลสากลที่หลายๆ คนทั่วโลกรอคอย นั่นก็คือวันคริสมาสต์นั่นเอง ซึ่งในปีที่แล้วทาง Google ก็ได้ออกแอพฯ น่ารักๆ ออกมาอย่าง Google Santa Tracker ที่จะคอยติดตามการทำงานของซานต้า ข้อมูลต่างๆ ให้เรียนรู้ รวมทั้งเกมส์มากมายให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกัน
นอกจากตัวแอพฯ แล้ว ทาง Google ยังได้สร้างหมู่บ้านซานต้า (Santa's Village) ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กันบนเว็บไซต์ ซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ร่วมสนุกกัน เช่น เกมระบายสี ข้อมูลของเทศกาลคริสมาสต์ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ คลิปอนิเมชั่นน่ารักๆ และจะปลดล๊อคกิจกรรมละ 1 วันจนถึงวันที่ 24 ที่จะเป็นกิจกรรมใหญ่ให้เราได้ร่วมสนุก ตามหาซานต้าตลอดทั้งคืนนั่นเอง เพื่อนๆ สามารถไปร่วมสนุกกันได้ที่ santatracker.google.com
 


ที่มา : www.engadget.com ,news.thaiware.com/
 

Adobe ปิดตัว Flash Professional อย่างเป็นทางการ หันมาทำของใหม่ Adobe Animate แทน

Adobe-Flash
เราเคยนำเสนอข่าวการล่มสลายของ Flash ที่เคยยิ่งใหญ่ ในที่สุดค่าย Adobe ก็ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว ที่จะยุติการพัฒนา Flash Professional โดยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รีแบรนด์ขึ้นมาทำหน้าที่แทน Flash นั่นก็ Animate CC
ทางบริษัท Adobe ได้ระบุว่า Animate CC จะรองรับการทำงานร่วมกับ HTML5, WebGL และมาตรฐานเว็บต่างๆ โดยโปรแกรมใหม่นี้จะยังรองรับการทำงานร่วมกับฟอร์แมท Flash และ Air อีกทั้งการ Export ไฟล์ เป็นอนิเมชั่นจะรองรับเกือบทุกฟอร์แมทรวมถึงนามสกุล .SVG ด้วย
Animate CC ยังมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเข้ามามากมาย ที่น่าสนใจก็อย่างเช่น Easier audio syncing, 360-degree rotatable canvas, Colored onion skinning, Custom resolution export และอีกมากมาย
รายละเอียดที่น่าสนใจของ Animate CC
  • Drawing, illustration and authoring
    • Vector art brushes – Modify the path of a stroke after it’s been drawn, and scale them to any resolution without losing quality. You can also make custom brushes and import brushes created with Adobe Capture CC.
    • 360° rotatable canvas – Rotate the canvas on any pivot point as you draw to get the perfect angle and strokes. You can even use this feature with a Wacom Cintiq!
    • Improved pencils and brushes – Draw smooth, precise vector outlines along a curve and get faster live previews.
    • Easier audio syncing – Control audio looping directly on the timeline, without having to code.
    • Faster color changing – Naming tagged colors lets you change one color and have it automatically update your entire project.
    • Colored onion skinning – Easily orchestrate complex animations now that adjacent frames can have different color and alpha values.
  • CreativeSync integration
    • Adobe Stock – Browse and license millions of high-quality photos, illustrations and vector graphics directly in Animate CC. You can even add life to static content by adding animations to them.
    • Creative Cloud Libraries – Access colors, vector graphics and brushes directly as you work.
  • Output capabilities
    • Multiplatform support: HTML5 Canvas, WebGL, Flash (SWF), AIR, video, and custom platforms (such as SVG) via extensions.
    • 4K+ video export – Export videos with custom resolutions for the latest Ultra HD and Hi-DPI displays.
    • Custom resolution export – Revitalize older content by resizing and optimizing them for any resolution, such as Ultra HD and Hi-DPI displays.
    • .OAM support – Export your project as an .OAM file for easy importing to Adobe Muse, InDesign, DPS and Dreamweaver.
ใครที่ต้องการใช้งานอดใจรออีกเดือนเดียวครับ Adobe จะปล่อย Animate CC ออกมาในเดือนมกราคม ปีหน้า โดยตัวโปรแกรมจะไม่ได้อัพเดทต่อขึ้นมาจาก Adobe Flash CC 2015 แต่จะแยกออกมาเป็นโปรแกรมใหม่ Adobe Animate CC เลย
 

ที่มา : blogs.adobe.com
 

Google chrome บน ios รองรับเทคโนโลยี3D Touch

icon350x350
กูเกิลปล่อย Chrome เวอร์ชั่นใหม่บน iOS รองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี 3D Touch ของ iPhone 6s แล้ว และยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานหน้าเว็บด้วยการเพิ่มชอทคัทต่างๆ เข้ามา สำหรับคนที่ใช้คีย์บอร์ดบลูทูธด้วย 
สำหรับคนที่ใช้ iPhone 6s กูเกิลได้ใช้ประโยชน์จากหน้าจอ 3D Touch 3D ในการนำทางไปยังเมนูต่างๆ ของโครมบราวเซอร์ ให้ทำได้ง่ายและเร็วขึ้น เพียงกดค้าง เราสามารถเรียก Voice sear, Incognito mode สำหรับเล่นเว็บแบบส่วนตัว และเปิดลิงค์ในแท็บใหม่อย่างรวดเร็ว
screen322x572  screen322x572 (1)
รายละเอียดเวอร์ชั่นใหม่จากทาง Google
  • Added support for more keyboard shortcuts. Now you can do more with your Bluetooth keyboard like opening, closing and changing tabs or conducting a voice search.
  • Support for 3D touch on iPhone 6s/+. Force touch the Chrome icon to quickly open a new tab, a new incognito tab, or conduct a voice search

 


ที่มา : itunes.apple.com
 

บิล เกตส์และมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ระดมทุนอุดหนุนโครงการพลังงานสะอาด

เป็นข่าวทีน่าสนใจ เมื่อคนดังในแวดวงไอทีอย่าง บิล เกตส์ และ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ร่วมมือกันเพื่อระดมทุนอุดหนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานสะอาด โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้ประกาศความร่วมมือเพื่อโครงการวิจัยพลังงานสะอาดนี้ ผ่านโพสต์ในเฟสบุ๊กแฟนเพจเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการประชุม COP21 ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งจัดการประชุมขึ้นที่ปารีสในสัปดาห์นี้
ซึ่งผลจากการประชุม COP21 ก็เป็นที่น่ายินดี ที่บรรดากลุ่มผู้นำของหลายๆ ประเทศได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะต้องมีมาตรการที่ยับยั้งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ด้วยเหตุนี้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และภรรยาของเขา Priscilla Chan ได้เปิดตัวแคมเปญ ที่เป็นความร่วมมือกับ บิล เกตส์ รวมถึงผู้นำในวงการไอที อาทิ Jeff Bezos ผู้บริหาร Amazon.comJack Ma ผู้บริหารเว็บขายของออนไลน์ Alibaba และ Richard Branson ผู้ก่อตั้งบริษัท Virgin
bill gates_01
นอกจากนี้ บิล เกตส์ ยังได้ร่วมมือกับท่านประธานาธิบดี Barack Obama ประกาศอีกหนึ่งโครงการระดุมทุนเกี่ยวกับพลังงานสะอาดไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อโครงการนี้ว่า Mission Innovation ตั้งเป้าไว้ว่าจะระดมทุนงบวิจัยเกี่ยวกับพลังงานสะอาดให้สูงเป็น 2 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า (จาก 1 หมื่นล้านดอลล่าร์ ให้เป็น 2 หมื่นล้านดอลล่าร์ใน) โดยมีรัฐบาลของ 19 ประเทศร่วมลงนามในโครงการนี้ และมีเรื่องที่น่ายินดีคือ รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา, จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงเป็นอันดับต้นๆ ก็ได้เข้าร่วมในโครงการนี้ด้วย
มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ถ้าโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพียง 2 องศาเซลเซียส แผ่นน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ และใขั้วโลกใต้จะละลายถึงขั้นวิกฤต น้ำในทะเลและมหาสมุทรจะมีความเป็นกรดมากขึ้น สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างแพลงตอนจะสูญพันธุ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเลทั้งระบบ มนุษย์จะเสียชีวิตมากขึ้นจากกอาการช็อคจากความร้อน (Heatstroke)



ที่มา : www.theverge.com
 

LG Zero แอนดรอยด์ตัวใหม่จากแดนกิมจิ ที่มาพร้อมกับความสวยหรู

nexus2cee_LG-Zero-668x573
เราไม่ได้เห็นแอลจีทำสมาร์ทโฟนที่ทำจากโลหะมานานแล้ว แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าทางแอลจีจะตัดสินใจทำ แอนดรอยด์โฟนที่ตัวเครื่องเป็นโลหะออกมาจนได้ในชื่อ LG Zero โดยรุ่นนี้สเปคอยู่ในระดับปานกลาง (Midrange) ไม่รู้ว่าจะเป็นการชิมลางก่อนเหมือนที่ค่ายซัมซุงเคยทำมาก่อนหรือเปล่านะ 
หน้าตาของ LG Zero ดีไซน์เหมือนแอบได้แรงบันดาลใจมาก Nokia N8 หนึ่งในตำนานของโนเกียที่ขึ้นชื่อเรื่องกล้องเทพ ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม, หน้าจอ IPS มีขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 720p, ซีพียูควอดคอร์ ความเร็ว 1.2GHz, แรม 1.5GB, หน่วยความจำภายใน 16GB ขายเพิ่มได้ด้วยการ์ด MicroSD, แบตเตอรี่ความจุ 2050mAh, รองรับ LTE / HSPA+ ไม่มีการพูดถึง NFC จึงคาดว่าไม่มี และดูจากดีไซน์แล้วน่าจะถอดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ไม่ได้ เรื่องเศร้า คือ ดูเหมือนว่ามันจะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แค่เวอร์ชั่น 5.1 เท่านั้น
สำหรับจุดเด่นของรุ่น Zero หากไม่นับเรื่องเครื่องที่เป็นโลหะ ทางแอลจีจะเน้นไปที่กล้องที่ใช้รุ่นเดียวกับเรือธงใน G Series ทั้งความละเอียด, ความเร็วชัตเตอร์ และความคมชัด ที่ขาดหายไปมีเพียงระบบ Laser auto-focus เท่านั้น ความละเอียดกล้องหลัง 13MP ส่วนกล้องหน้า 8MP เหมือนเดิม
ใครที่สนใจ LG Zero ต้องอดใจรอไปก่อน ตอนนี้เพิ่งเผยโฉมที่เกาหลีใต้ แต่น่าจะวางจำหน่ายทั้งในบ้านเราและโซนยุโรป  ส่วนราคาและวันวางจำหน่ายที่แน่นอนยังไม่เปิดเผยครับ
ap_resize
 


ที่มา : www.androidpolice.com
 

Nokia Ozo กล้อง VR ระดับเทพ เปิดพรีออเดอร์แล้ว ในราคา 6 หมื่นดอลลาร์!!

2015-12-02_160605
หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้ากล้องตัวนี้กันมาบ้างแล้ว หลังจากที่เคยเสนอข่าวเกี่ยวกับ กล้อง Ozo ที่เป็นโครงการของทางบริษัท Nokia ในการสร้างมิติแห่งกล้องสำหรับบันทึกภาพและเสียงในระบบเสมือนจริง หรือที่เรียกกันว่า Virtual Reality (VR)  
..ล่าสุดได้มีการเปิดพรีออเดอร์แล้ว ในราคา 6 หมื่นดอลลาร์ !! หรือประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงพอตัวเลยทีเดียว
2015-12-02_153529
โดยที่กล้อง Ozo ตัวนี้ มีเลนส์ถึง 8 เลนส์รอบตัวกล้องสามารถบันทึกภาพในอัตรา 30 เฟรมต่อวินาที และมีพื้นที่จัดเก็บภายในตัวถึง 500 GB สามารถบันทึกภาพและเสียงได้รอบตัวแบบ 360 องศา ใช้งานได้โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อสายใดๆ เป็นกล้องที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสร้างมิติและความสมจริงให้กับวงการภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมายที่ใช้สำหรับดูภาพในระบบ VR อย่างเช่น Oculus Rift, HTC Vive VR, Samsung Gear VR, Sony PlayStation VR และ Microsoft HoloLens 
2015-12-02_160345

Ozo นี้นับเป็นกล้องระบบ VR ตัวแรกของทาง Nokia ซึ่งในช่วงพรีออเดอร์กับราคาที่ตั้งไว้สูงแบบนี้ สำหรับใครที่สนใจคงต้องจับตาดูกระแสการตอบรับในช่วงนี้กันให้ดีเลยทีเดียว 


ที่มา : ozo.nokia.com
 

Obi Worldphone SF1 เปิดขายในไทยแล้ว ซื้อได้ที่ Lazada

Obi Worldphone บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพระดับสากล ประกาศการขยายตลาดสู่ประเทศไทย หลังจากสร้างชื่อเสียงมาแล้วทั่วโลก โดยวันนี้โอบิได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน โอบิ เวิลด์โฟน SF1 (Obi Worldphone SF1) พร้อมพันธมิตรทางการค้าสำคัญอย่าง Lazada


4
โอบิ เวิร์ลโฟน เป็นบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของ จอห์น สกัลลี่ (John Sculley) นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงในวงการไอที รวมทั้งยังเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของทางบริษัท Apple และ Pepsi-Cola อีกด้วย ซึ่งสมาร์ทโฟนโอบิจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ถูกออกแบบให้ดูหรูหรา มีเอกลักษณ์โดดเด่น คุณภาพสูงและจะคำนึงถึงผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นเป็นสำคัญ
1
สมาร์ทโฟนโอบิ เครื่องแรกที่ทำการเปิดตัวในประเทศไทย ก็คือรุ่น SF1 โดดเด่นที่ดีไซน์ โดยได้รับการออกแบบโดยสตูดิโอ Ammunition ผู้มีชื่อเสียงทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและ Custom UI ภายในอีกด้วย นอกจากนี้ Obi SF1 ยังได้รวบรวมเทคโนโลยีชั้นนำต่างๆ เอาไว้ในเครื่องเดียวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Qualcomm,  Dolby, Sony, Corning Incorporated, Google, MediaTek, Japan Display และ Samsung เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพสูงให้กับผู้ใช้อีกด้วย
2
คุณสมบัติของ Obi Worldphone SF1
  • ชื่อรุ่น SF1 มาจากตัวย่อของเมือง San Francisco เมืองที่โอบิถือกำเนิดขึ้นมา และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรก
  • หน้าจอ - ขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920x1080 px) พร้อมด้วย Corning Gorilla Glass 4 แข็งแรงทนทาน
  • ตัวเครื่อง - ผลิตจากไฟเบอร์กลาส ขอบโลหะ พื้นผิวสวยงาม ดูหรูหรา
  • หน่วยประมวลผล - Qualcomm Snapdragon 615 processor ทำให้การทำงานของฮาร์ดแวร์อื่นๆ เต็มประสิทธิภาพ
  • กล้องหลัง/หน้า - 13/8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX2014 Exmor ให้ภาพที่สวยสดคมชัด
  • แฟลชกล้อง - Qualcomm ChromaFlash ให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความสมจริงมากที่สุดด้วยการนำภาพที่ถ่ายด้วยแฟลชและไร้แฟลชมาผสมผสานกัน
  • ระบบโฟกัส - Qualcomm UbiFocus สามารถปรับโฟกัสหลังจากถ่ายภาพได้อย่างอิสระ
  • ระบบซูมกล้อง - Qualcomm OptiZoom ซูมภาพระยะไกลได้ โดยไม่ทำให้ภาพแตก
  • หน่วยความจำ - RAM 2GB / ROM 16GB
  • ระบบเสียง - Dolby Audio จำลองเสียงรอบทิศทาง ให้เสียงที่สมจริงทั้งลำโพงและหูฟัง
  • แบตเตอรี่ - ความจุ 3,000 mAh พร้อมฟีเจอร์ Qualcomm Quick Charge 1.0 ชาร์จแบตได้เต็มภายในเวลา 3 ชั่วโมง
  • ระบบปฏิบัติการ - Android Lollipop รองรับการใช้งาน Google Play
  • ระบบรักษาความปลอดภัย - AVG AntiVirus PRO ป้องกันเครื่องจากไวรัส มัลแวร์ และการบุกรุกข้อมูลต่างๆ
สำหรับในประเทศไทย Obi Worldphone SF1 จำหน่ายที่ราคา 7,290 บาท เริ่มจำหน่ายในวันที่ 8 ธันวาคม 2558 บนเว็บไซต์ลาซาด้า

ความน่าสนใจของสมาร์ทโฟน Obi SF1 คงเป็นการได้สัมผัสเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าต่างๆ ด้วยราคาที่ไม่ถึงหมื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผล Qualcomm, เซ็นเซอร์กล้องชั้นยอดจาก Sony หรือระบบเสียง Dolby บนสมาร์ทโฟน ก็ดูจะคุ้มค่าราคาแล้ว รวมทั้งดีไซน์ของมือถือที่ดูหรูหรา ทำให้ Obi SF1 เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่น ที่น่าหามาใช้งานจริงๆ
9
Custom UI รูปตัว O (จาก Obi) 
11
หน้า Home Screen
10
หน้า App Drawer
13
ด้านหลังของตัวเครื่อง
12
กล้องหลังพร้อม LED flash มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm อยู่ด้านบน
14
ลำโพง Speaker ที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา
8
6
ความสดใสเล็กๆ



ที่มา:http://news.thaiware.com/